แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุกร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุกร แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559

วิธีเลือกซื้อหมูเนื้อแดง อยากรู้..กดเลย!!



หมูเนื้อแดง เป็นวัตถุดิบประเภทเนื้อสัตว์สำหรับประกอบอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชนิดหนึ่ง เนื่องจากนำมาทำอาหารได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด ยำ ต้มยำ ก๋วยเตี๋ยว หมูปิ้ง หมูปิ้งนมสด หรือจะลวกจิ้มน้ำจิ้มก็ยังอร่อยจนเอาใครเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม ^ ^
ปัจจุบันมีการเลี้ยงหมูเป็นอุตสาหกรรม กล่าวคือเลี้ยงเป็นจำนวนมาก มีกำหนดเวลาการเลี้ยงที่แน่นอน มีการกำหนดสูตรอาหารให้หมูโตได้ขนาดในเวลาที่กำหนด มีการใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้เนื้อหมูในปริมาณที่ต้องการ คุณภาพตามที่กำหนด และต้นทุนการเลี้ยงต่ำที่สุด
ในขณะเดียวกันก็มีฟาร์มหมูที่ไม่ได้ได้มาตรฐานหรือแอบใช้สารเคมีต้องห้ามเพื่อเร่งการเจริญเติบโตและเร่งเนื้อแดงให้มีมากกว่าปกติ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ล้วนแต่สร้างผลเสียต่อผู้บริโภคทั้งสิ้น

ดังนั้นสามารถกล่าวได้ว่าหมูเนื้อแดงที่มีขายในท้องตลาดมีทั้งคุณภาพดีและไม่ดีผสมกัน วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกหมูเนื้อแดงที่ถูกต้อง ดังนี้
วิธีเลือกซื้อหมูเนื้อแดง
1. หมูเนื้อแดงที่ดีต้องมีสีชมพูสดถึงแดง แต่จะไม่แดงมาก และต้องไม่เป็นสีอื่นด้วย
2. ลักษณะเนื้อต้องละเอียด ไม่หยาบ
3. ไม่มีปุ่มขาวๆแทรกในเนื้อหมู เพราะจะเป็นเนื้อหมูที่มีพยาธิ
4. กลิ่นต้องเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่แรงเกินไป
5. ไม่มีแมลงต่างๆตอม
6. เมื่อใช้นิ้วกดที่เนื้อแดง ต้องคืนตัวได้ดีไม่เกิดรอยบุ๋มตรงที่เรากด
7. สถานที่วางขายหมูเนื้อแดงนั้นต้องสะอาด พ่อค้าแม่ค้าแต่งตัวสะอาดและรัดกุม
8. ถ้าต้องการเนื้อหมูในตลาดสด ต้องไปซื้อแต่เช้า จะได้ของที่สดใหม่
9. ซื้อหมูเนื้อแดงที่ขายในราคาตลาด เนื้อหมูที่ราคาถูกเกินไป อาจเป็นเนื้อหมูเก่าหรือไม่ได้มาตรฐาน
10. ซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน ไว้ใจได้ หรือซื้อจากห้างสรรพสินค้า
วิธีเลือกซื้อหมูเนื้อแดง 10 ประการข้างต้น เป็นสิ่งที่พ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายต้องท่องให้ขึ้นใจก่อนซื้อเนื้อหมูมาประกอบอาหารทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นท่านอาจได้หมูเนื้อแดงที่ไม่สด ไม่สะอาด เป็นของเก่า ปนเปื้อนเชื้อโรค หรือถูกเลี้ยงด้วยสารเร่งเนื้อแดง เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดการปรุงเนื้อหมู หมูปิ้ง ต้องปรุงสุกเท่านั้น ห้ามกินหมูเนื้อแดงดิบหรือสุกๆดิบๆเป็นอันขาด


วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559

วิธีการซื้อเนื้อหมู มาใช้ในการทำเมนูต่างๆ

ในบรรดาเนื้อสัตว์ที่นิยมบริโภคกันโดยทั่วไป คงหนีไม่พ้นเนื้อเนื้อหมู ซึ่งในบางครั้งเวลาไปซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือเดินจ่ายตลาดสด เราจะมีเมนูที่อยากรับประทานอยู่ในใจ แต่ปัญหาคือว่าเมนูนั้นที่เราตั้งใจทำ ควรจะใช้เนื้อส่วนไหนมาทำถึงจะอร่อยเลิศที่สุด 
ดังนั้นคุณพ่อบ้านแม่บ้านไม่ต้องกังวลอีกต่อไป วันนี้เราขอนำเสนอข้อมูลดีๆเกี่ยวกับการเลือกซื้อเนื้อส่วนๆ ว่าส่วนใดทำเมนูไหนจะอร่อยเข้ากันที่สุด



เนื้อหมู
สันใน เป็นส่วนที่นุ่มมากที่สุด เหมาะกับการทำอาหารประเภทอบหรือย่าง เป็นหมูปิ้ง หมูปิ้งนมสด 
สันนอก มีความนุ่มปานกลาง และเป็นก้อนใหญ่ เหมาะกับอาหารที่ต้องหั่นหมูเป็นชิ้นใหญ่ๆ


สะโพก มีความนุ่มปานกลาง เหมาะกับอาหารประเภทผัดหรือทอด
สามชั้น เป็นส่วนที่มีหนัง เนื้อ และไขมันสลับกันเป็นชั้นๆ เหมาะกับการนำมาต้มหรือตุ๋นให้เปื่อย ทำเป็นไส้ของอาหารต่างๆ รวมทั้งทอดทั้งชิ้นเป็นหมูกรอบ

ขอบคุณที่มา http://www.naewna.com/



วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

โรคที่สำคัญในสุกร


โรคที่สำคัญในสุกร
โรคอหิวาต์สุกร
          เป็นโรคที่ระบาดรุนแรง เกิดจากเชื้อไวรัส พบว่าเป็นได้กับสุกรทุกอายุ เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยการกินอาหาร กินน้ำ หายใจ หรือโดยทางบาดแผลที่ ผิวหนัง ใช้เวลาฟักตัว 3 วัน ถึง 3 สัปดาห์ แต่โดยทั่วไปประมาณ 7 วัน อาการที่พบคือ มีไข้สูง 105-108 องศาฟาเรนไฮต์ สุกรจะเบื่ออาหาร ซึม เยื่อตาอักเสบ (มีขี้ตา) ท้องผูก (ขี้เป็นเม็ด) และท้องร่วง (ขี้เป็นน้ำ) อาจพบอาการอาเจียนร่วมด้วย ผิวหนังบริเวณ หู คอ ท้อง และด้านในของขาหนีบ จะพบจุดเลือดออกเล็ก ๆ ทำให้ผิวหนังมีสีแดง และต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง ในแม่สุกรท้องอาจจะเกิดการแท้งลูก ติดต่อจากสุกรตัวหนึ่งไปยังตัวอื่น ได้รวดเร็วมาก ภายใน 7 วัน อาจเกิดโรคอหิวาต์ได้ทั้งฟาร์มเมื่อสุกรเป็นโรคอหิวาต์แล้ว อัตราการตายสูงถึง 90% และไม่มีทางรักษา 
          การป้องกัน ทำวัคซีนเมื่อลูกสุกรอายุประมาณ 6 สัปดาห์ และสำหรับสุกรพ่อแม่พันธุ์ ควรทำวัคซีนทุก 6 เดือน ห้ามทำวัคซีนกับสุกรที่อ่อนแอหรือ สัตว์ป่วย หรือในสุกรตั้งท้องแก่ใกล้คลอด หมูปิ้ง หมูปิ้งนมสด
 โรคปากและเท้าเปื่อย
          เป็นโรคติดต่อที่รุนแรง ติดต่อได้อย่างรวดเร็วในสัตว์กีบคู่ (โค, กระบือ , แพะ ,แกะ, สุกร) โรคนี้เป็นได้กับสุกรทุกอายุ อัตราการเกิดโรคสูง แต่อัตราการตายต่ำ เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งในเมืองไทยขณะนี่พบอยู่ 3 ชนิด คือ โอ เอ และเอเชียวัน (ชนิดโอรุนแรงที่สุด) เมื่อเชื้อ โรคเข้าสู่ร่างกายสุกรแล้วจะใช้เวลาในการฟักโรคประมาณ 3-6 วัน สุกรจะเริ่มแสดงอาการป่วยออกมาให้เห็น อาหารที่พบได้คือ มีตุ่มน้ำใสที่บริเวณ ปลายจมูก ปาก ลิ้น ริมฝีปาก เหงือก และผิวหนังบริเวณไรกีบ ต่อมาตุ่มน้ำใสจะแตก นอกจากนี้ยังพบอาการไข้สูง เบื่ออาหาร น้ำลายยืด ขาเจ็บ กีบลอกหลุด และน้ำหนักลด
          การป้องกัน ทำวัคซีนเมื่อลูกสุกรอายุประมาณ 7 สัปดาห์ และทำวัคซีนอีกครั้ง ในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา และสำหรับสุกรพ่อแม่พันธุ์ ทำวัคซีนทุก ๆ 4-6 เดือน  
 
          นอกจากนี้ก็มีโรคติดต่อในสุกรชนิดอื่นซื่งมีความสำคัญ ต้องอาศัยวิธีป้องกันโรค เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคโพรงจมูกอักเสบ โรค ที.จี.อี. ( โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบติดต่อ) โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไฟลามทุ่ง เป็นต้น 

ขอบคุณที่มา http://guru.sanook.com/3950/