วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559

หมูดำคุโรบูตะต่างจากหมูธรรมดาอย่างไร?

หากพูดถึงสุดยอดของเนื้อวัวเราอาจจะนึกถึง “โกเบ มัตซึซากะ หรือวากิว” แต่ถ้าพูดถึงสุดยอดเนื้อหมูแล้วละก็ ก็คงหนีไม่พ้น “หมูดำคูโรบูตะ” เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีแล้วที่คนไทยมีโอกาสได้รับประทานผลิตภัณฑ์หมูคูโระบูตะกันอย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกันหลายคนก็ยังสงสัยว่า เบื้องหลังความอร่อยที่ส่งตรงถึงบ้านคุณนั้นคืออะไร และหมูคูโรบูตะนี้ต่างจากเนื้อหมูธรรมดาอย่างไรกันแน่



ดร.สัจจา ระหว่างสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ กล่าวว่า หมูคูโรบูตะจะมีเอกลักษณ์ต่างจากหมูธรรมดา คือ มีขนสีดำ และเนื่องจากการเลี้ยงดูที่ดี อย่างการป้อนมันหวาน ให้พักผ่อนเต็มที่ และที่อยู่อาศัยสบาย ทำให้เนื้อหมูมีไขมันแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกกันว่า ลายหินอ่อน (Marbling) มากกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อมีความนุ่มกว่าเนื้อหมูปกติกว่า 30% และรสชาติของเนื้อจะมีความฉ่ำ นุ่ม เนื่องจากมีอัตราการระเหยของน้ำจากเนื้อระหว่างปรุงอาหารน้อยกว่า โดยปกติแล้วเนื้อสัตว์ ไม่ว่าวัวหรือหมู จะมีราคาสูงขึ้นตามปริมาณไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อ แต่หมูคูโรบูตะของซีพีเอฟมีราคาย่อมเยาที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ

“แม้ว่าเนื้อหมูคูโรบูตะจะมีไขมันแทรกในชั้นกล้ามเนื้อมากกว่าปกติ แต่ไขมันดังกล่าวเป็นไขมันดี ที่ให้พลังงานและสารอาหารแก่ร่างกาย พร้อมทั้งช่วยในการย่อยสลายคอเลสเตอรอล ทั้งยังมีวิตามินบี 1 มากกว่าเนื้อวัวถึง 10 เท่า และวิตามินจะไม่สลายไป เมื่อโดนความร้อนจากการปรุงอาหาร”

เนื้อหมูคูโรบูตะเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นเนื้อปลอดภัย รสชาติอร่อย กินแล้วไม่อ้วน และที่สำคัญ ราคาไม่สูงลิ่วเท่ากับเนื้อวัวมัตซึซากะ-วากิว-โกเบ

ร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งก็ได้นำเนื้อหมูคูโรบุตะมาปรุงเป็นอาหารรสเลิศ ยกตัวอย่างเช่น หมูดำสไลด์ชิ้นบางสำหรับชาบู ชาบู ที่หอม นุ่ม ละลายในปาก กินคู่กับน้ำจิ้มรสเข้มข้น หมูปิ้ง และพอร์คชอปชิ้นหนา เต็มๆคำ ย่างไฟในเตาถ่านให้มีกลิ่นหอมรัญจวนใจ หรือจะเป็นชิ้นหมูดำสามชั้นที่หมักเครื่องเทศ แล้วนำทอดจนกรอบออกสีเหลืองทอง รวมไปถึงเบค่อนหมูดำพันเห็ดเข็มทองผัดเนย ก็เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยได้อย่างดี

ขอบคุณที่มา : www.cpthailand.com

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

หมูพันธุ์ต่างประเทศ

หมูพันธุ์แลนด์เรซ หมูพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเดนมาร์ก เป็นหมูประเภทเบคอนที่ดีที่สุด เจริญเติบโต และเนื้อมีคุณภาพดี มีสีขาวตลอดลำตัว แต่อาจมีจุดดำบนผิวหนังได้บ้าง ลำตัวและหลังค่อนข้างตรง ใบหูใหญ่และปรก จมูกตรง คางเรียบ ให้ลูกดก และเลี้ยงลูกเก่ง ในประเทศไทยมีเลี้ยงกันอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะภาคกลางของประเทศมีเลี้ยงกันมาก



หมูพันธุ์ลาร์จไวต์ หมูพันธุ์นี้ในสหรัฐอเมริกาเรียกพันธุ์ยอร์กเชอร์ (Yorkshire) ถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ เป็นหมูประเภทเบคอนที่ให้เนื้อมาก เติบโตเร็ว มีสีขาวตลอดลำตัว หัวโตปานกลาง หูตั้ง ตัวเมียให้ลูกดก และเลี้ยงลูกเก่ง

หมูพันธุ์ดูร็อก หมูพันธุ์ดูร็อกมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหมูประเภทเนื้อขนาดใหญ่ รูปร่างหนาลึก ความยาวของลำตัวสั้นกว่าหมูพันธุ์แลนด์เรซ และพันธุ์ลาร์จไวต์ สะโพกใหญ่เด่นชัด มีสีตั้งแต่แดงเข้มไปจนอ่อน หัวมีขนาดปานกลาง หูย้อยไปข้างหน้า

หมูพันธุ์ลูกผสม เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ต่างประเทศด้วยกัน ส่วนใหญ่เจริญเติบโตเร็ว เป็นที่นิยมกันมากในการเลี้ยงเป็นหมูขุน

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

พันธุ์หมูในประเทศไทย



หมูพันธุ์พื้นเมือง

หมูพันธุ์พื้นเมืองปัจจุบันมีจำนวนค่อนข้างน้อยมาก จะพบในบางท้องถิ่นเท่านั้น ส่วนใหญ่มักจะได้รับการผสมพันธุ์จากหมูพันธุ์ต่างประเทศ

เนื่องจากไม่ได้รับการปรับปรุง หรือคัดเลือกให้เป็นหมูพันธุ์ที่ดี หมูพันธุ์พื้นเมืองจึงมีลักษณะ และคุณสมบัติโดยทั่วไปเลวลง คือ มีขนาดเล็ก เติบโตช้า สามารถเปลี่ยนอาหารไป เป็นเนื้อได้น้อย คุณภาพค่อนข้างต่ำ คือ มีเนื้อแดงน้อย มันมาก ลำตัวสั้น หนังแอ่น สะโพกและไหล่เล็ก หมูพันธุ์พื้นเมืองแบ่งออกเป็นพันธุ์ต่างๆ ได้ดังนี้

หมูพันธุ์ไหหลำ

หมูพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของประเทศจีน พบในภาคกลาง และภาคใต้ของประเทศไทย ลำตัวมีสีขาวกับดำปนกัน สีดำมากในตอนหัว ไหล่ หลัง และบั้นท้าย ส่วนตอนล่างของลำตัวมีสีขาว

หมูพันธุ์ไหหลำมีหัวได้รูปงาม จมูกยาวและแอ่นเล็กน้อย คางย้อย และไหล่ใหญ่ ลำตัวยาวปานกลาง หลังแอ่น สะโพกเล็ก ขาและข้อเหนือกีบเท้าอ่อน หมูไหหลำเติบโต และสืบพันธุ์ ดีกว่าหมูพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ

หมูพันธุ์ควาย

พบเลี้ยงในภาคเหนือของประเทศไทย สีของหมูพันธุ์นี้คล้ายสีของหมูพันธุ์ไหหลำ แต่ลำตัวมีสีดำเป็น

ส่วนใหญ่ จมูกของหมูพันธุ์ควายตรงกว่า และสั้นกว่า และมีรอยย่นมากกว่า ลำตัวเล็กกว่าหมูพันธุ์ไหหลำ ไหล่และสะโพกเล็ก ขาและข้อเหนือกีบเท้าอ่อน พ่อหมูพันธุ์ควาย โตเต็มที่หนัก ๑๒๕-๑๕๐ กิโลกรัม แม่หมูหนัก ๑๐๐-๑๒๕ กิโลกรัม น้ำหนักที่เหมาะสำหรับส่งตลาด ประมาณ ๘๐ กิโลกรัม

หมูพันธุ์ราด

พบเลี้ยงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หัวของหมูพันธุ์ราดมีรูปงามยาวและตรง ลำตัวสั้นและแน่น กระดูกแข็งแรง แต่เจริญเติบโตช้า

หมูพันธุ์พวง

เลี้ยงกันมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีสีดำ หมูพันธุ์พวงเป็นหมูที่มีผิวหนังหยาบมากที่สุด ดังนั้น จึงขายได้ในราคาต่ำกว่าหมูพันธุ์อื่น หมูพันธุ์พวง ส่วนมากใช้ผสมกับหมูพันธุ์ราด เพื่อให้ได้รูปขนาด และการเจริญเติบโตดีขึ้น อย่างไรก็ตามการนำหมูพันธุ์ต่างประเทศมาผสม เพื่อปรับปรุงพันธุ์จะได้ผลดีกว่า

ขอบคุณที่มา : kanchanapisek.or.th/

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การเลือกใช้เนื้อหมู

หมูสันใน เป็นเนื้อส่วนที่ดีที่สุดและนิ่มที่สุด เพราะเป็นส่วนติดซี่โครงด้านในซึ่งไม่ได้ออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อไม่แน่นจึงไม่เหนียว ทำอาหารได้หลายประเภท ทั้งผัด ทอด อบ ย่าง ไม่นิยมนำมาต้ม ตุ๋น หรือผ่านความร้อนมาก เพราะเนื้อจะยุ่ยไม่อร่อย

หมูสันคอ เป็นอีกหนึ่งส่วนที่นุ่มและมีมันแทรกอยู่ ซึ่งไขมันนี้ช่วยให้หมูนุ่มอร่อยขึ้น นิยมนำมาย่าง ทำหมูปิ้ง ผัด หรือทอด หรือจะสไลซ์บางๆ ทำเป็นชาบู ลวกจิ้ม หรือกระทะร้อนก็อร่อย เวลาปรุงไม่จำเป็นต้องใส่น้ำมันมาก เพราะในเนื้อหมูมันมีมันอยู่แล้ว

หมูสันนอก เนื้อส่วนนี้อยู่ระดับกลางๆ ไม่นุ่มหรือเหนียวจนเกินไป ควรหมักก่อนปรุงเพื่อให้หมูนุ่มและมีรสชาติดีขึ้น หมูสันนอกจะมีส่วนมันอยู่ด้านนอก ถ้าไม่ชอบตัดออกได้ หรือจะอบด้วยไฟแรงทั้งมัน จะได้หมูอบหนังกรอบแต่เนื้อข้างในยังนิ่มอยู่

หมูสามชั้น เป็นเนื้อหมูส่วนท้องที่มีชั้นเนื้อ มัน และหนังสลับกันอย่างชัดเจน นิยมใช้ทั้งชิ้น ก่อนปรุงอาหารควรผ่านความร้อน เช่น ทอด ย่าง อบ เพื่อรีดไขมันออกก่อนแล้วจึงนำมาปรุงอาหาร แต่ไม่นิยมนำมาต้ม เพราะเนื้อจะยุ่ยและมีมันลอย ทำให้น้ำซุปมันเลี่ยนไม่น่ารับประทาน

หมูสะโพก ถือเป็นเนื้อส่วนที่เหนียวที่สุด เพราะมีกล้ามเนื้อเยอะ แต่สำหรับคนที่เลี่ยงไขมันควรเลือกใช้หมูส่วนนี้ เพราะไม่มีไขมันปนอยู่เลย นิยมนำมาทำอาหารประเภทต้ม ตุ๋น สตู และทำไส้กรอก ลูกชิ้น หมูเด้ง เพราะเนื้อจะกรอบอร่อยโดยไม่ต้องใช้สาร

สำหรับหมูสับสามารถเลือกใช้เนื้อได้ทุกประเภท ขึ้นอยู่กับความชอบหรือจะนำไปทำอะไร เช่น ถ้าอยากให้หมูสับเนื้อเหนียวแน่นควรเลือกใช้หมูสะโพก ถ้าทำไส้ขนมจีนซาลาเปาเลือกใช้หมูติดมัน เป็นต้น

ขอบคุณที่มา : www.thaieditorial.com/

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สูตรหมูปิ้ง เนื้อนุ่มรสเด็ด อร่อยพร้อมทำขาย

สูตรหมูปิ้งรสเด็ดพร้อมทำขาย เนื้อนุ่ม หมักเข้าเนื้อ ใครอยากสร้างรายได้ลองมาจดสูตรแล้วเตรียมของให้พร้อม



หมูปิ้งกับข้าวเหนียวร้อน ๆ เมนูหนึ่งเดียวในดวงใจที่ใคร ๆ ก็กินได้ในทุก ๆ เช้า หาซื้อมากินก็ง่ายมีขายให้เห็นในทุกชุมชน แต่มีใครเคยสงสัยเหมือนกันไหมว่า เวลาเราทำกินเองที่บ้านถึงได้ไม่อร่อยเหมือนกับรถขายหมูปิ้งหน้าปากซอย ดู ๆ เหมือนขาด ๆ เกิน ๆ รสชาติบางรสไป ถ้าอย่างนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมจะชวนทุกคนมาดู สูตรหมูปิ้งแบบทำขาย สูตรจาก เฟซบุ๊ก กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา ใครสนใจอยากทำหมูปิ้งขายหาเงินเข้ากระเป๋า หรืออยากจะลองทำหมูปิ้งกินเองแบบที่บ้านแต่ให้ได้รสชาติแบบรถเข็นปากซอยก็เตรียมกระดาษมาจดสูตรกันให้ไวเลย

"หมูปิ้งเนรัญชลา สูตร 1" สูตรแจกฟรี !!! ไม่มีเสียเงิน ทำกินได้ ทำขายดีค่ะ โดย แอดมิน NarunChala Phatthranant จาก เฟซบุ๊ก กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา

สิ่งที่ต้องเตรียม
  • เนื้อหมูส่วนสะโพกหรือสันนอก 1 ก.ก. 
  •  รากผักชี 25 กรัม 
  •  กระเทียมไทย (แกะเปลือก) 2 หัว 
  •  พริกไทยเม็ด 1 1/2 ช้อนชา 
  •  น้ำตาลมะพร้าว 180 กรัม 
  •  หัวกะทิ 1 1/2 ถ้วยตวง 
  •  ซีอิ๊วดำ 3 ช้อนชา 
  •  ซีอิ๊วขาว 8 ช้อนโต๊ะ 
  •  ซอสปรุงรสฝาเขียว 6 ช้อนโต๊ะ 
  •  แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ 
  •  ไข่แดง 1 ฟอง 
  •  น้ำมันพืช 5 ช้อนโต๊ะ 
  •  ไม้สำหรับเสียบหมู

วิธีหมักหมู



  • แล่เนื้อหมูให้เป็นแผ่นหนาประมาณ 1/2 ซ.ม. กว้างประมาณ 4-5 ซ.ม. ส่วนความยาวนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของไม้เสียบ (หรือหั่นตามความถนัด)
  • โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเม็ดจนละเอียดเข้าด้วยกัน
  • ผสมเครื่องที่โขลกไว้กับน้ำตาลมะพร้าว กะทิ 1 ถ้วยตวง (ส่วนกะทิที่เหลืออีก 1/2 ถ้วยเก็บไว้ใช้ทาตอนย่าง) ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส แป้งข้าวโพด และไข่แดง คนผสมจนน้ำตาลมะพร้าวละลายดี จึงนำเนื้อหมูที่หั่นไว้ลงไปเคล้าผสมให้เข้ากัน สุดท้ายใส่น้ำมันพืชลงไปเคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้ง หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืน หรืออย่างน้อย 3 ชั่วโมงขึ้นไป
วิธีเตรียมหมูก่อนปิ้ง

หลังจากหมักหมูทิ้งไว้ครบเวลาแล้ว นำเนื้อหมูออกจากตู้เย็นมาเสียบด้วยไม้

นำน้ำที่เหลือจากหมักหมูไปผสมกับกะทิที่เหลือให้เข้ากัน เตรียมไว้

วิธีปิ้งหมู



เปิดเตาสำหรับปิ้งหมูให้ร้อนก่อน ใช้ไฟอ่อน ๆ จากนั้นนำหมูขึ้นปิ้งบนเตา (หมั่นคอยดู) พอด้านที่สัมผัสความร้อนเริ่มเหลืองแล้วให้พลิกเอาอีกด้านลง แล้วใช้แปรงจุ่มส่วนผสมกะทิที่ผสมไว้ทาให้ทั่วด้านบน พอหมูอีกด้านเริ่มเหลืองก็พลิกกลับมาทาซอสอีกครั้ง ปิ้งจนหมูสุกทั้งสองด้าน แต่ไม่ควรปิ้งให้แห้ง เพราะน้ำในเนื้อหมูจะระเหยไปกับความร้อน ทำให้หมูเหนียวและแข็งค่ะ

สำหรับใครที่อยากจะรับประทานกับน้ำจิ้มก็สามารถทำเองได้ไม่ยาก น้ำจิ้มหมูปิ้งแบบนี้ควรเน้นรสเปรี้ยวหวานนำ เค็มตาม เพราะเนื้อหมูจะมีรสชาติในตัวอยู่แล้ว

ส่วนผสม น้ำจิ้มแจ่ว


  • น้ำมะนาว 
  • น้ำตาลมะพร้าว 
  • น้ำปลา
  • พริกป่น
  • ข้าวคั่ว
  • ต้นหอมซอย
  • ผักชีฝรั่งซอย 
วิธีทำ 

ผสมน้ำมะนาว น้ำตาลมะพร้าว และน้ำปลาให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ แล้วใส่ข้าวคั่ว พริกป่น ต้นหอมซอย และผักชีฝรั่งซอยลงไป ใครที่กำลังมองหาสูตรหมูทอดเด็ด ๆ ไว้ทำกินเองก็ได้ ทำขายก็ดี ลองได้สูตรหมูปิ้งสูตรนี้เก็บไว้ในครัว รับรองอิ่มกายสบายใจ


ขอบคุณที่มา : kapook.com

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สูตรอาหาร “หมูปิ้งนมสด”

มีเพื่อนๆขอกันมามากมายครับสำหรับสูตรหมูปิ้ง ซึ่งปัจจุบันหมูปิ้งมีขายกันแพร่หลาย และ มีหลากหลายรสชาติ แต่รสชาติที่นิยมทานและค้าขายกัน คงหนีไม่พ้น “หมูปิ้งนมสด”
หมูปิ้งเป็นอาหารที่กินง่าย ขายคล่อง บางคนก็ทำขายในเฉพาะช่วงเช้าเป็นอาชีพเสริมเพื่อหารายได้ให้กับครอบครัว ส่วนบางคนก็ซื้อทานเป็นอาหารเช้าคู่กับข้าวเหนียว


ส่วนประกอบวัตถุดิบในการทำหมูปิ้ง

  • เนื้อหมู 5 กิโลกรัม
  • สันคอ 5 กิโล กรัม
  • มันหมูแข็ง 100 กรัม
  • สับปะรดเล็ก 1 ลูก สับหยาบ
  • นมสดรสจืด 250 มิลลิลิตร 1 กล่อง
  • ผงฟู 1 ช้อนโต้ะปาด
  • น้ำตาลปีบ 1 ก้อน
  • น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
  • รากผักชี ต้มน้ำพอสุก (เวลาต้มแนะนำให้น้ำท่วมรากผักชี) สับละเอียด 12 ราก
  • กระเทียมไทยสับละเอียดจนเกือบเละ 20 เม็ด
  • กระเทียมไทยสับหยาบพอเห็นกระเทียม 5 เม็ด
  • พริกไทย 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำหมูปิ้งนมสด

  1. ล้างหมูให้สะอาด เพื่อล้างมันและเลือดออกไปเพื่อไม่ให้มีกลิ่นคาว
  2. นำกระดาษมาซับหมูให้แห้งเล็กน้อย
  3. จากนั้นนำหมูมาหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ ถ้าชิ้นเล็กไปหมูจะเละเวลาเสียบไม้
  4. นำหมูมาหมักกับสับปะรดที่สับหยาบ หมักด้วยการแช่ตู้เย็นไว้ 2-3 ชม.
  5. จากนั้นก็มาทำน้ำซอส ด้วยการละลายน้ำตาลและน้ำปลา จนเข้ากันดี ใส่กระเทียมสับละเอียด รากผักชีสับละเอียด
  6. (ขั้นตอนนี้เราจะเหลือกระเทียมหยาบ และพริกไทยไว้ใช้ทีหลังด้วย)
  7. เมื่อครบเวลาหมักหมู ก็ให้นำสับปะรดออก เทน้ำสับปะรดทิ้งไป เพื่อหยุดกระบวนการทำให้หมูนุ่ม
  8. จากนั้นหั่นหมูเป็นชิ้นไว้ขาย ตามขนาดเท่ากับที่เราเคยซื้อรับประทาน
  9. ต่อด้วยการนำมันหมูไปเจียวในกระทะให้แข็งพอสุกนิดหน่อยแค่พอเปลี่ยนสีแล้วนำขึ้นมาพักไว้
  10. จากนั้นเทนมใส่ลงไป ทีละน้อย แล้วคนไปด้วย จนนมหมดกล่อง
  11. ผงฟูใส่ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน ห้ามให้ผงฟูเป็นก้อนเด็ดขาด
  12. จากนั้นใส่ซอสที่เราปรุงไว้ คนให้เข้ากัน
  13. จากนั้นใส่กระเทียมหยาบ พริกไทย คนให้เข้ากัน
  14. เสร็จแล้วนำไม้มาเสียบเนื้อหมูชิ้นนึง มันแข็งชิ้นนึง แล้วเนื้อหมูอีกชิ้น
  15. จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นเอาไว้ รอเวลานำมาย่าง

เคล็ดลับ ถ้าจะขายเช้าให้หมักหมูทิ้งไว้ตอนเย็น ถ้าจะขายเย็นให้หมักหมูทิ้งไว้ตอนเช้า น้ำมันเจียวที่ได้จากมันหมู เอาไว้ทาหน้าหมูย่างแทนกะทิ มีอีกหนึ่งข้อที่เจ้าของสูตรบอกเอาไว้ว่าการหมัก ไม่ควรหมักนานเกินไปมันจะทำให้หมูจะนุ่มจนเละและไม่อร่อยได้ค่ะ

แต่ถ้าใครที่อยากทำขาย แต่ไม่สะดวกทำเอง หรือคิดว่าทำจำนวนเยอะๆไม่ไหว ปัจจุบันก็มีร้านขายส่งหมูปิ้ง หมูปิ้งนมสด หมักพร้อมขายให้บริการอยู่ด้วย ไม่ต้องเหนี่อยหมักหมูเอง
เหมาะสำหรับขายตามตลาด สถานที่ต่างๆ พร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ น้ำจิ้มแจ่มแซ่บๆ แค่นี้ร้านของคุณก็จะขายดีจนปิ้งไม่ทันแล้วค่ะ

ขอบคุณที่มา : todieforeat.com